
เลิกเดาอุณหภูมิของแก้วได้แล้ว!
หากคุณเคยนำแก้วที่ผ่านการอบมาจากเตาอบ แล้วพบว่ามีจุดที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ จนทำให้แก้วเสียหายในการทดสอบความแข็งแรง คุณก็คงรู้ดีว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหน มันเหมือนกับการเสี่ยงโชคเลยทีเดียว
ปัญหามักเกิดจากสาเหตุเดียวเท่านั้น นั่นก็คือความร้อนที่ส่งออกมาไม่สม่ำเสมอ เมื่อองค์ประกอบอินฟราเรดมีความผิดเพี้ยน ก็จะเกิดช่องว่างที่มองไม่เห็นในด้านอุณหภูมิ นั่นคือจุดที่เกิดความเครียดภายในแก้ว และนั่นคือจุดที่ทำให้แก้วเสียหาย
ปัญหาจากหลอดไฟที่มีกำลังไฟไม่สม่ำเสมอ
ผมเห็นปัญหานี้บ่อยมาก บางแถวอาจมีหลอดไฟที่ให้กำลังไฟ 2200 วัตต์ ในขณะที่อีกแถวให้กำลังไฟเพียง 2100 วัตต์เท่านั้น ในทางทฤษฎี ความแตกต่าง 5% อาจดูเหมือนน้อยมาก แต่ในเตาอบที่มีอุณหภูมิสูง มันก็เป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว เพราะมันจะทำให้อุณหภูมิของแก้วเปลี่ยนไป จนทำให้แก้วเสียหายได้
นั่นคือเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับความแม่นยำของกำลังไฟมาก เราพยายามรักษาความแม่นยำไว้ที่ ±3% หรือมากกว่านั้น เมื่อองค์ประกอบต่างๆ มีความสม่ำเสมอ อุณหภูมิก็จะสม่ำเสมอทั่วทั้งเตาอบ ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นภายในหลอดไฟจริงๆ
เราใช้หลอดไฟที่ทำจากควอตซ์คุณภาพสูง เพราะมันสามารถทนต่อความร้อนสูงได้ แต่สิ่งสำคัญจริงๆ คือการจัดวางตำแหน่งของไส้หลอดไฟ หากไส้หลอดไฟไม่อยู่ตรงกลาง ก็จะเกิดจุดที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นบนผนังหลอดไฟ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ควอตซ์เสียหาย หรือทำให้หลอดไฟเสียหายก่อนเวลาอันควร
นอกจากนี้ เรายังใช้ระบบฮาโลเจนเพื่อช่วยให้ไส้หลอดไฟกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง หากไม่มีระบบนี้ กำลังไฟของหลอดไฟก็จะลดลงภายใน 100 ชั่วโมงแรก แต่ด้วยระบบนี้ อุณหภูมิก็จะคงที่
คำเตือนเกี่ยวกับแหล่งจ่ายไฟ
ปัญหาก็คือ หลอดไฟที่มีกำลังไฟสูงจะให้ความร้อนสูงมาก แต่มันก็ต้องการพลังงานมากเช่นกัน มันจะสร้างแรงดันมากมายให้กับตู้ไฟของคุณ
ผมเคยเห็นร้านค้ามากมายที่ซื้อหลอดไฟคุณภาพสูงมาใช้ แต่กลับพบว่าตัวต่อไฟและสายไฟมีอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะไม่สามารถรับกระแสไฟที่มากมายได้ นั่นเป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยเปล่าประโยชน์ หากแหล่งจ่ายไฟมีความผันผวน มันก็จะทำให้ความแม่นยำของหลอดไฟหายไปหมด
สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้อุณหภูมิสูงสุด แต่เป็นการทำให้แก้วทุกขวดมีอุณหภูมิเท่ากันทั้งหมด